2006/Sep/23

เพราะรัก จึงสละราชสมบัติ

The LOVE of a KING

"She is everything to me"


หลายคนคงคิดว่าคนคนหนึ่งที่เป็นถึงกษัตริย์ ย่อมจะมีความสุขสมบูรณ์ พร้อม ต้องการอะไรก็ได้สม
ปรารถนา แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่แน่ว่าจะได้มา นั้นคือ ความรัก 

ลองดูตัวอย่างความรักอันกลายเป็นตำนานแห่งความโรแมนติกของ พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 8 แห่งสหราช
อาณาจักร หรืออังกฤษ ที่ในที่สุด พระองค์ต้องเลือกระหว่าง ความรักกับราชบัลลังภ์ 

หญิงที่พระองค์ทรงตกหลุมรัก คือ นาง วอลลิซ ซิมสัน หญิงผู้มีสามีแล้ว ชาวอเมริกัน พระองค์ทรงพบนาง
ซิมสันในปี 1930 ในขณะที่พระองค์ทรงดำรง ตำแหน่งมกุฎราชกุมารแห่งเวลล์ 

พระองค์ต้องรอจนถึงปี 1936 นางซิมสันได้หย่าร้างจากสามี และพระเจ้า เอ็ดเวิร์ด ที่ 8 ตั้งใจที่จะอภิเษก
กับหญิงหม้ายอันเป็นที่รัก แต่...

ประชาชนในประเทศอังกฤษไม่อาจจะยอมรับหญิงหม้าย ชาวอเมริกัน ผู้นี้เป็นราชินีแห่งอังกฤษได้ ด้วย
การบีบคั้นจากรัฐสภา ซึ่งขณะนั้น มี ลอร์ด บอลวิน เป็นนายกรัฐมนตรี พระองค์ถึงแม้ จะเป็นถึงกษัตริย์ 
แต่ก็ไม่อาจกระทำตามปรารถนาแห่งหัวใจของพระองค์เอง

และแล้วก็ถึงทางเลือกที่พระองค์จะต้องตัดสินใจว่า พระองค์จะเลือก ประเทศชาติ หรือ หญิงคนรัก 

และแล้วพระองค์ก็ตัดสินใจเลือกหญิงคนรัก โดยประกาศสละราชสมบัติ ของพระองค์ให้แก่ พระอนุชา 
คือ ดยุค ออฟ ยอร์ค ทั้งนี้ในคำประกาศของ พระองค์ที่ตอนหนึ่ง ว่า 

           "ข้าพเจ้าไม่เคยลืมประเทศชาติ หรือ 
          ประชาชนของข้าพเจ้า ไม่ว่าจะในฐานะ 
            มกุฎราชกุมารหรือ กษัตริย์ แต่สิ่งที่ 
          ข้าพเจ้าต้องการให้ทุกท่านเข้าใจ นั้นคือ 
          มันเป็นไปไม่ได้ที่ข้าพเจ้าจะแบกรับ 
          ภาระอันหนักหน่วงในฐานะกษัตริย์ 
          โดย ปราศจากการช่วยเหลือหรือ
          สนับสนุนจาก หญิงคนที่ข้าพเจ้ารัก 
          นั้นคือ นาง วอลเลซ ซิมสัน"  

ในปี 1937 พระองค์ได้รับแต่งตั้งเป็น ดยุค ออฟ วินเซอร์ และแต่งงาน กับนางซิมสันตามที่พระองค์ต้อง
การ  พระองค์มิได้ประทับที่ประเทศอังกฤษนับจากที่พระองค์ประกาศสละ ราชสมบัติ แต่ประทับอยู่ที่ กรุง
ปารีส ประเทศฝรั่งเศส จนกระทั่งวาระ สุดท้ายของชีวิต คือถึงปี 1972 

นี้คือประวัติชีวิตของกษัตริย์ที่เห็นความรักอยู่เหนือสิ่งอื่นใด 
It was a love story that shook the world. 
The King has to choose: to be King, or tho have love...
and leave his country, never to return.
ปล..พอดีไปอ่านเจอที่ เลิฟเซ็นเตอร์ เวบค่ะ เคยอ่านเวอร์ชั้นภาษาประกิตแล้ว 
ภาษาสละสลวยสวยงามยิ่งนัก ประทับใจมากมาย....
"I put my hands over my eyes and I just cried....I couldn't stop myself. 
You have left everything for me. BUT I love you So much and be with me
 you'll be the happiest man in the world" 
ถ้าเราให้ความรักความสำคัญกับใครไปสักคนเพียงคนเดียว แต่เค้ามองข้ามคุณค่าของรักนั้นไป
เพื่อเปรียบเทียบหาค่าที่ดีที่สุดเพื่อตัวเอง ความรักนั้นมันก็คงจะจบลงไม่สวยนัก....... 
ความรักของฉันจะมีค่าสำหรับคนที่เห็นคุณค่าและความรักของฉันเป็นสิ่งพิเศษเหมือนฉันมอบให้เขาเช่นกัน
ฉันไม่ใช่คนใจแคบ ฉันมีน้ำใจ ฉันมีความหวังดี แต่สิ่งดีๆของฉันมันไม่มีค่า...  นับแต่นี้ต่อไปมันจะยังคงอยู่ที่ๆเดิม
ที่มันเคยอยู่แต่ใครจะรู้คุณค่านั้นแค่นั้นเอง....(ฉันดีใจที่ ความรู้สึก"รักเอย" ยังคงอยู่ ^ ^ คิดถึงมิสเตอร์)
เครดิต http://www.lovecenter.in.th/

2006/Sep/08

ฝากดอกไม้นานาพันธุ์

ฝากความฝันอันสูงค่า

ฝากสายรุ้งที่แพรวพราว

ฝากแสงดาวที่แสนไกล เป็นบทเพลงอ่อนหวาน

เป็นสายธารอ่อนไหว ฝากรักหวานละไม มอบให้เธอ

ให้เธอก้าวไปอย่าไหวหวั่น

จุดมุ่งหมายร่วมกัน เราฝันใฝ่ ให้โลกนี้งดงาม

ด้วยความสุขสดใส

มีรอยยิ้มความเข้าใจให้ทุกคน...

ปลูกความฝันอันยิ่งใหญ่

แด่ดวงใจทุกดวง จุดไฟรักให้โชติช่วง

ดับไฟลวงเล่ห์มายา

โลกสวยด้วยน้ำใจ เป็นรักใหม่เราขึ้นมา

คืนนี้ถ้าเธอหนาว ร่วมผิงดาวบนฟ้า

จากความรัก ความศรัทธา ของหัวใจเรา

Ps. ชอบจัง.....เนาะ อัพนี้ทำกับหลานสาว รูปบนน้าเลือกรูปล้างหลานสาวเลือกคะ ^ ^

น่ารักดี ชื่นชมกันอยู่สองคนน้าหลาน....

2006/Sep/02

Imust walking I have to breathing .....alone..

^ ^ They are very cute, give credit to www.junjaowka ka..

ทำเล่นเพลินๆค่ะไม่มีสาระอะรัยหรอกน๊า...^ ^